Vizible’s Blog

Alway Zero

Posted in Uncategorized by wearetherock on June 2, 2008

สงสัย คำว่าต่อยอด จะเขียนเป็นภาษาอังกฤษอย่างไร ลอง search ในกูเกิล เจอคำถามคล้ายกัน อยู่ในหน้าเว็บบอร์ด วิชาการดอทคอม

A : คำว่า “ต่อยอด”ใช้ภาษาอังกฤษว่าอะไรจึงจะเหมาะสมที่สุดอ่ะ
B : ผมโบราณไปหน่อยไม่เข้าใจคำว่าต่อยอด ลองเขียนประโยคภาษาไทยหรือให้คำอธิบายหน่อย
C : ผมอยากจะทราบเหมือนกันครับคุณหมอ ยกตัวอย่างคือ การวิจัยต่อยอด การต่อยอดองค์ความรู้ ผมใช้คำนี้บ่อยแต่เป็นภาษาไทยทั้งหมดครับ
B :
supplement ได้ไหม? แปลว่าเพิ่มเติม He supplements his income by giving private lessons.
supplementary research.
อีกคำที่นึกได้ คือ complement, complementary หรือ complemental (ไม่ใช่ compliment) องค์ประกอบ หรือช่วยทำให้สมบูรณ์ แต่อาจไม่ตรงนัก ต่อยอด คล้ายว่าสมบูรณ์แล้ว แต่ทำเพิ่ม ใช่ไหม?

สงสัยคำนี้เพราะว่า มีอะไรบางอย่างมาสะกิด

พอดีวันนี้เรียนวิชา Object Oriented Technology คาบแรก (วิชานี้มีคนลงทะเบียนแค่ 5 คน ไม่รู้ไปเรียนอะไรกันหมด)
อาจารย์เกริ่นว่าเราจะเรียนอะไรกันในเทอมนี้ มี Desktop Application(เอาอะไรสักอย่างของ Netbeans, Eclipse มาใช้) Web Application + final Web Application Project อาจารย์ยกกรณีศึกษา Project รุ่นพี่มาเล่าให้ฟังด้วย ว่าทำไม่เราไม่สามารถต่อยอดหรือ Reuse โค้ดที่รุ่นพี่เขียนไว้ได้เลย ทำไม่ต้องไล่โค้ดที่เค้าเขียนไว้ทุกบรรทัดเป็นแบบ Procedural ทั้งที่งานที่ทำไว้ส่วนใหญ่จะใช้ภาษาโปรแกรมที่เป็น OOP (Java, C#) ซึ่งตาม Concept แล้วจะต้องสามารถ Reuse ทำไมเราไม่เขียนโปรแกรมเป็นโมดูลหรือซิปเป็น .jar เพื่อให้อื่นนำมาใช้ได้ง่ายๆ และ … (จำไม่ได้)

ได้ยินแบบนี้ อืม.. เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ผมไม่เคยนำโปรแจครุ่นพี่มาทำต่อ แต่เคยเห็นครับ ไม่นานนี้เอง คือ เพื่อนผมที่ส่งผลงานเข้าประกวด java jive รู้สึกว่าจะต้องเอาของรุ่นพี่มาทำต่อเนื่องจากเวลากระชัดชิดมากๆ เคยเห็นไล่โค้ดเพื่อดูอะไรสักอย่าง แค่จะดูว่ารูปนี้มากจากไหน ใช้เวลาเป็นชั่วโมงครับ เห็นแล้วก็ปวดหัวแทนเหมือนกัน ไม่รู้จะช่วยให้งานเสร็จเร็วขึ้นหรือช้าลงก็ไม่รู้

ประเด็นที่ว่าไปนี้น่าสนใจที่เดียว รุ่นน้องต้องเริ่มโปรแจคจากศูนย์เสมอ? เอา framework ของพี่มาใช้ได้ไหม?(ไม่ได้ ไม่มี ไม่รู้จะใช้ยังไง)

Advertisements
Tagged with: , ,

2 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. javaboom said, on June 4, 2008 at 2:16 am

    OOP มันก็มี Degree of reusability ของมันอยู่ว่าจะ reuse ได้มากแค่ไหน รวมไปถึงง่ายต่อการ reuse ด้วยหรือไม่ และมันก็ต้องมาจบที่การออกแบบ สมัยพวกผมเรียนตรีผมไม่มีโอกาสเรียน OOP หรือ UML อย่างที่พวกคุณเรียน (ถึงทุกวันนี้ก็ไม่รู้ว่า UML มันอ่านไง) พวกผมเลยต้องอ่านเอาจากหนังสือ แต่สำหรับผมแล้ว ผมชอบอ่านจาก sourcecode (ไฟล์ src.zip) ของ JDK เพราะเป็น shortcut ในการศึกษา OOP โดยเฉพาะ reusability พอสมควร แต่ต้องเป็นคนชอบกินแกะ เอ้ย ชอบแกะโค้ด

    สำหรับคำว่าต่อยอดก็ supplement, complement ถูกแล้วครับ สองคำเป็นความหมายที่ใช้เฉพาะทางพอควร

  2. vunknown said, on June 9, 2008 at 3:28 pm

    @javaboom
    จริงๆ ผมก็อ่าน UML ไม่เป็นเหมือนกันครับ ที่ผ่านๆ มา เวลาอาจารย์ส่งงานมักจะออกแนว implement ก่อน ค่อยออกแบบตามครับ เขียนโค้ดเสร็จแล้วทำ Flowchart ออกแนวนั้นเลยครับ เพื่อนๆ ก็เป็นเหมือนกันไม่รู้ทำไม? (ออกแบบมันยากกว่า implement เสียอีก)


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: